ดาร์ลีน ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาฟื้นฟูร่างกายที่โรงพยาบาลเด็ก ลา ราบิด้า ในเมืองชิคาโก เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในตอนนั้นเธออายุ 16 ปี แต่มีน้ำหนักเพียง 23 ปอนด์ หรือแค่ 10.5 กิโลกรัม กับส่วนสูงเพียง 116 เซนติเมตรเท่านั้น
การอดอาหารและขาดสารอาหารจำเป็นเป็นเวลานานหลายปี ทำให้ร่างกายของเธอเสื่อมโทรม ไม่สามารถเดิน หรือขยับแขนขาได้สะดวก แม้กระทั่งการพูดก็ทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ต้องกลายสภาพเป็นผู้ทุพพลภาพไปโดยปริยาย
ผู้ที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็หาใช่ใครที่ไหน แต่เป็น นางโรเซตต้า แฮร์ริส มารดาแท้ ๆ ของเธอ ประกอบกับสภาพของเธออาจไม่รุนแรงเช่นนี้ หากหน่วยงานเพื่อเด็กและครอบครัวประจำรัฐอิลลินอยส์ กระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือเธอตั้งแต่เนิ่น ๆ
เจ้าหน้าที่เพียงไปเคาะประตูหน้าบ้านเพื่อถามหาตัวนางแฮร์ริส และ เด็กสาว แต่เมื่อน้องชาย ของนางแฮร์ริส มาเปิดประตู และบอกไปว่าแฮร์ริสและดาร์ลีนไม่อยู่ที่นี่ เจ้าหน้าที่ก็จากไปง่าย ๆ โดยไม่มีการขอเข้าตรวจค้น หรือดำเนินการอื่น ๆ เพิ่มเติมแต่อย่างใด
แต่ในที่สุดแม่ ของเธอก็ยอมรับ และอุ้มลูกสาวที่แขนขาลีบ ร่างกายผ่ายผอมออกมา และยอมมอบตัว
นางแฮร์ริส สำนึกผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ปล่อยให้ลูกสาวอยู่ในสภาพเจียนตาย แต่เนื่องจากไม่มีประวัติความผิดฐานอาชญากรรมมาก่อนหน้า จึงได้รับโทษเพียงการคุมประพฤติ 18 เดือน และเข้ารับการอบรมบทบาทของผู้ปกครองเท่านั้น
เธอยืนยันกับทางโรงพยาบาลที่รับดาร์ลีนเข้ารักษาตัวด้วยว่า เธอพยายามดูแลลูกสาวอย่างดีที่สุดแล้ว เธอให้ดาร์ลีนกินไข่และปลายข้าวเป็นอาหารเช้า รวมทั้งข้าวตุ๋นกับเนื้อไก่ เครื่องดื่มเสริมโปรตีนรสช็อกโกแลต และของว่างขบเคี้ยวในระหว่างวัน
แต่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไม่เชื่อคำให้การของเธอ และเมื่อถามเธอกลับว่า ดาร์ลีนได้ออกจากบ้านหรือมาหาหมอเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เธอก็ตอบไม่ได้ด้วยซ้ำ
ทางโรงพยาบาลเองได้วินิจฉัยอาการของดาร์ลีนว่า น่าจะเกิดจากการไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอติดต่อกันเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่กระนั้นก็ยังมี เดลิเชีย อาร์มสตรอง ลูกสาวคนโตสุดวัย 23 ปี ที่ยังคงยืนยันว่าแม่ของเธอพยายามอย่างดีที่สุดแล้วในการเลี้ยงดูน้องเช่น กัน
ตอนนี้ดาร์ลีนซึ่งอยู่ในความดูแลใกล้ชิดของแพทย์ เริ่มมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และมีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนน้องสาววัย 15 ปี ที่ไม่ได้ถูกอดอาหารจนผอมแห้งพิการเช่นเธอ ก็ถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์และคุ้มครองเด็ก
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าสุดท้ายแล้วเธอและน้องจะต้องกลับมาอยู่ในความดูแลของนางแฮร์ริสผู้เป็นแม่อีกหรือไม่