https://www.meekhao.com/news/perfect-male-body
นิยามของคำว่ารูปร่างที่สมบูรณ์แบบคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามค่านิยมและยุคสมัย ยกตัวอย่างเช่นในยุคหนึ่งผู้ชายที่ดูดีอาจเป็นผู้ชายที่อุดมสมบูรณ์ แต่ในอีกยุคหนึ่งอาจกลายเป็นผู้ชายที่มีกล้ามเนื้อดูแข็งแรง
และนี่คือความแตกต่างของ “ผู้ชายหุ่นดี” จากแต่ละยุคสมัยในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา
ยุค 1870 รูปร่างที่อุดมสมบูรณ์จนถึงขั้นน้ำหนักเกินนั้นหมายถึง “ความมั่งคั่งร่ำรวย”
นี่คือภาพของสมาชิก Fat Man’s Club สมาคมที่รับเฉพาะสุภาพบุรุษที่มีน้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัมขึ้นไป
ต่อมาในยุค 1930 การมีน้ำหนักเกินกลับกลายเป็นเรื่องแย่ เพราะเหล่าดาราฮอลลีวูดต่างก็ต้องรักษาความงามของร่างกายให้ออกมาดูดีผ่านหน้ากล้อง
ดาราส่วนใหญ่ต้องมีรูปร่างสมส่วนดูแข็งแรงสมเป็นชายชาตรี
ยุค 1960 ยุคแห่งบุปผาชน
เหล่านักดนตรี ศิลปิน และฮิปปี้ต่างก็ไว้ผมยาว แต่งตัวแหวกแนว และมีรูปร่างที่ผอมบาง
ตั้งแต่ช่วงปี 1980 เป็นต้นมา ผู้ชายต่างก็หันมาเล่นกล้ามและออกกำลังกาย
ยิ่งกล้ามโตเท่าไหร่ก็ยิ่งดูแข็งแกร่งและหล่อเหลามากขึ้นเท่านั้น
แต่หลังจากนั้นแค่เพียง 10 ปี ในปี 1990 กล้ามที่ใหญ่โตก็ไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป
กลายเป็นกล้ามเนื้อที่ดูสมส่วน ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป แต่ยังดูมาดแมน
ส่วนในยุคปัจจุบันก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับยุค 90
ซึ่งค่านิยมในด้านรูปร่างของแต่ละยุคสมัย ก็สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป
แน่นอนว่า “ค่านิยม” ย่อมแตกต่างจากรูปร่างของคนทั่วไปในสังคมไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย
และในอนาคตที่สิ่งต่างๆ จะต้องเปลี่ยนไปมากกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เราก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าค่านิยมของคำว่ารูปร่างที่สมบูรณ์แบบนั้นจะเปลี่ยนไปจากเดิมอีกมากมายแค่ไหนกัน
ที่มา http://www.businessinsider.com/how-perfect-male-body-changed-2017/